ดูหนัง

ดูหนัง บุพเพสันนิวาส 2 – มัลติเวิร์สแฟนเซอร์วิสออเจ้า

ดูหนัง ถ้าเกิดยังจำกันได้ ในงานเปิดไลน์อัปผลงานของ GDH ที่ชื่อว่า ‘GDH Xtraordinary 2021 Line Up‘ ที่จัดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา มีไตเติลอันหนึ่งที่เปิดตัวทีแรกในงานนั้นด้วย มันก็คือ ‘บุพเพสันนิวาส ๒’ ที่จัดว่าฮือฮามากมาย เนื่องจากว่าเป็นผลงานร่วมหุ้นหนแรกของ GDH รวมทั้ง ‘บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น’ ถือเอาผลงานละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ (2561) ที่เคยสร้างกระแส ‘พีหมื่น-การะเกด’ ที่เคยกวาดเรตแย้งละครสูงทะลุถึง 18.6 ส่วนวันพุธ-พฤหัสที่ถ่ายทอดเพลาใด เทรนด์ทวิตเตอร์ก็ติดอันดับไม่ได้ขาดสาย มาสร้างในแบบภาพยนตร์นะออเจ้า ดูหนัง

และถ้านึกย้อนไปเมื่อตอนละครฉาย เว้นแต่ความสนุกสนาน ซาบซึ้งใจ ฟินเวอร์ของละครแบบถล่มทลายแล้ว ไอเทมสิ่งละเล็กละน้อยในละครยังเปลี่ยนมาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ให้ชาวไทยเพลานั้นแต่งตาม กินตาม ใช้ตาม ท่องเที่ยวตามกันเป็นว่าเล่น ตั้งแต่กระแสการแต่งชุดไทย กุ้งเผา หมูกระทะ มะม่วงน้ำปลาหวาน พี่หมื่นแรปด่าการะเกด (เจ้าเป็นคนกำเริบ ฯ) โล้สำเภา บิดาม้ำน้ำ มนต์กฤษณะเจ้าแม่กาลี มีมพี่กิ๊ก สุวัจนี อื่นๆอีกมากมาย แถมยังพาให้หนังสือนวนิยายต้นฉบับที่บทกลอนโดย ‘รอมแพง’ (จันทร์ยวีร์ สมดีใจ) ขายดีจนตีพิมพ์ซ้ำนับไม่ถ้วน

มาถึงปีนี้ ตัวหนัง ‘บุพเพฯ ๒’ ตัวหนังได้ ‘พี่ปิ๊ง’ (อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม) ผู้กำกับแห่ง ‘จอกว้างเวิ้งฟิล์ม’ เจ้าของผลงาน ‘รถไฟฟ้า มาหานะคุณ’ (2552) รวมทั้งละคร ‘น้ำตากามเทพ’ (2558) มารับหน้าที่ดูแลภาพยนตร์ แถมยังเปิ๊ดสะก๊าดด้วยการเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่เปิดขายโทเคนดิจิทัลเพื่อระดมทุนสร้างผ่าน ‘Destiny Token’ ที่ขายหมดเกลี้ยงไปแล้วเรียบร้อย ได้ราคาระดมทุนรวม 265 ล้านบาท ส่วนรายชื่อผู้ระดมทุนก็จะได้รับการขึ้นเครดิตด้านหลังในฐานะ Executive Producer

เรื่องโดยย่อของหนังก็คือ เมื่อครั้งสมัยอยุธยา พี่หมื่นและก็เกศสุรางค์ (a.k.a.การะเกด) ครองรักครองเรือนจนตายจากไปแล้ว แต่ว่าทั้งสองได้มีโอกาสกลับมาเกิดใหม่ใหม่อีกครั้งในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น พี่หมื่นมาเกิดเป็น ‘ภพ’ (ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ) นายช่างหนุ่มหล่อที่ฝันถึงหญิงนางหนึ่ง และก็เชื่อหมดใจว่าเป็นบุพเพสันนิวาส กระทั่งเมื่อเขาได้พบเจอกับ ‘เกสร’ (ราณี แคมเปน) ชาติภพใหม่ของเกศสุรางค์ที่หน้าเสมือนญิงในฝัน โลกเลยคิดจะเกี้ยวพาราสี แต่ด้วยเหตุว่าเกสรเรียนกับบาทหลวงฝรั่ง เกสรเลยเป็นหญิงหัวก้าวหน้าและไม่ได้เชื่อบุพเพสันนิวาส แถมเธอกำลังพึงพอใจ ‘เมธัส’ (พาริส อินทรโกมาลย์สุต) ชายหนุ่มหน้าฝรั่งสวมเสื้อแสงเช้าตรู่พูดจาไม่ถูกยุคไปเสียอีกแน่ะ

นอกเหนือจากเรื่องบุพเพฯ บุพพังทลาย ทั้งสามคนยังจำเป็นต้องเข้าไปวุ่นวายกับประวัติศาสตร์การบ้านการเรือนสยาม ที่มีบุคคลสำคัญในยุคนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้ง ‘พระเสนาะโวหาร (ภู่) – เพราะภู่’ (นิมิตร พระลักษมีวงศ์วาน) ‘นักบวชขว้างลเลอกัวซ์’ (โจนาธาน แซมซัน) หัวหน้ากล้องถ่ายภาพเข้ามาในประเทศไทย รวมทั้ง ‘เจ้าของห้างหันแตร’ (แดเนียล บรูซ เฟรเซอร์) ผู้นำเข้าเรือกลไฟ ‘เอ็กสเปรส’ มาเสนอขายแก่ไทย จนเป็นเหตุเกิดเรื่องราวที่อาจจะเป็นผลให้ประวัติศาสตร์ไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนไป

หากจะนับว่า ‘บุพเพสันนิวาส’ เป็นจักรวาลภาพยนตร์ หากแม้ผู้แสดงอย่าง ‘โลก’ และ ‘เกสร’ จะเชื่อมโยงกันกับฉบับละครหลวงฐานะ ‘พี่หมื่น-การะเกด’ ที่กลับชาติมาเกิด แต่ต้วเรื่องราวของ ‘บุพเพสันนิวาส ๒’ ก็จะต้องถือว่าเป็นสปินออฟ (Spin-Off) จากเวอร์ชันละครล่ะนะครับ เพราะรายละเอียดนั้นไม่ใช่ และไม่เกี่ยวโยงกับภาคต่อ (โชคชะตา) อะไร แม้กระนั้นเป็นภาพยนตร์ที่แตกเส้นเรื่องออกมาจากจักรวาลหลัก แถมยังแทบจะไม่มีผู้แสดงจากฉบับละครกลับมาเลยแม้แต่น้อย รวมทั้งถ้าเกิดตัดคำว่าระลึกชาติออก ภพและเกสรก็เปรียบ ‘ตัวแปร’ ของพี่หมื่นและการะเกดอีกครั้งก็ว่าได้ (นี่มันบุพเพฯ หรือหนัง Marvel แล้วเนี่ย…)

ในทางของบทรวมทั้งคอนเซ็ปต์

ก็ต้องกล่าวว่า บุพเพฯ ๒ นี้ยังคงรักษาคอนเซ็ปต์ความเป็นรอมคอมที่จับเอาประวัติศาสตร์ แล้วก็บุคคลสำคัญในไทย มารวมเข้ากับความเป็น Fiction ได้อย่างค่อนข้างจะลงตัวครับผม อาจจะด้วยเหตุว่าด้วยรอมแพง ผู้ครอบครองคำประพันธ์ เข้ามาเป็นที่ปรึกษา เสมือนเป็นศูนย์กลางให้กับทีมเขียนบทของ GDH ด้วย ก็เลยยังคงสามารถผสมเรื่องแต่งเข้ากับประวัติศาสตร์ยุครัตนโกสินทร์ยุครัชกาลที่ 3 ได้ออกมาสนุก น่าดึงดูดใคร่รู้ และก็มีจุดเชื่อมโยงถึงกันรวมทั้งกันและกันได้อย่างลงตัว ดูหนัง

ตอนที่ฝั่ง GDH เองก็เข้ามายกเครื่องในส่วนของความเป็นนิยายได้สนุกเลย ตอนแรกผู้เขียนแอบกลัวแหละขอรับว่าทั้งสองฝั่งจะบาลานซ์เรื่องออกมาได้สมดุลไหม ซึ่งในองก์แรกๆคนเขียนที่เคยมองละครมานิดหน่อย ก็ยังพอแอบจับกลิ่นความเป็นละครช่อง 3 โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกไวยากรณ์ทั้งกรรมวิธีเล่า มุกเฮฮา ต่างๆนานา และก็การพยายามเบาๆใส่ Eester Egg จากละครบุพเพฯ เข้ามาเป็นจำนวนไม่น้อยเพื่อเอาใจแฟนคลับที่เคยมองละครมาแล้ว รวมทั้งปูเรื่องจากภาคละครให้คนดูเข้าใจก่อนด้วย กระทั่งผู้เขียนก็แอบเผลอคิดไม่ได้ว่า นี่จะเป็นการยัดเยียดละครลงในหนังดื้อๆหรือไม่นะ wowgame66

แม้กระนั้นยังดีที่ตัวหนังเริ่มเบาๆฉีกห่างรวมทั้งเริ่มเล่าเรื่องเยอะขึ้นหากแม้ในอีกมุมหนึ่งจะเป็นการปูส่งเข้าประเด็นที่ออกจะช้าเนีอยอยู่เหมือนกัน เพียงพอเริ่มดำเนินเรื่องอย่างเป็นจริงเป็นจัง ถึงเริ่มจับทางได้ว่า นี่มัน ‘บุพเพสันนิวาส ฉบับ GDH’ จริงๆนั่นแหละ ยิ่งคนใดกันที่เคยดูหนังหรือสิตคอมมาก่อน ก็คงจะเพียงพอจับทางความเป็นรอมคอมในแบบของค่ายนี้ได้ แล้วพอเพียงมันถูกเล่าด้วยรูปแบบนี้ ผลที่ได้ก็คือ ตัวหนังก็เลยพากเพียรเล่าประวัติศาสตร์โดยที่ไม่มีความจำเป็นต้องประดิษฐ์แช่มช้อยงดงาม หรือจำเป็นต้องจองหองให้เป็นหนังที่ถูกต้องเป๊ะๆหรือพากเพียรเคารพประวัติศาสตร์ดังพระประธานในโบสถ์

แต่ว่ามันถูกเล่าด้วย Pace แบบหนัง GDH ที่ยังเหลือพื้นที่ให้ปรักปรำเป็นแฟนตาซีจ้ะๆรื้อถอนสร้างคาแรกเตอร์ใหม่ให้กับบุคคลในประวัติศาสตร์! (แบบไม่ต้องสนใจว่าจะดูเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นหรือเปล่า) แล้วก็ยังเหลือพื้นที่ให้เล่าเรื่องแบบกาวๆหรือโบ๊ะบ๊ะแค่ไหนก็ได้ แต่ยังคงอยู่ในกรอบของความเป็นบุพเพฯ อยู่นั่นเอง! ซึ่งถือได้ว่าเป็นการหารครึ่งที่นักเขียนมีความรู้สึกว่าโอเค เนื่องจากว่าถ้าเกิดขืนยัดความเป็นบทละครช่อง 3 หรือเอาวิธีการแบบจีดีเอชมาเล่าล้วนๆเลย มันบางทีอาจจะไม่เวิร์ก ออกมาไม่สนุกเสมือนอย่างที่ควรจะเป็นก็ได้!

ประกอบด้วยทุนสร้างที่นับว่าค่อนข้างจะสูง ตัวหนังก็เลยเล่นใหญ่ใส่เต็มทั้งโปรดักชันที่ทุ่มทุนสร้าง งานเซตติง ฉาก! พรอป ที่จัดว่าละเอียดใช้ได้ ถึงแม้งานซีจีอาจจะมีลอยนิดๆแล้วก็ตัวหนังเองก็ยังวางเรื่องราวใหญ่โต ที่เล่าตั้งแต่การบ้าน (คู่รักกัน) ไปถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในประวัติศาสตร์ ทำให้ตัวหนังยาวมากถึง 166 นาที! หรือ 2 ชั่วโมง 46 นาทีแน่ะ ซึ่งอันที่จริงแล้วก็จำเป็นต้องดูทีมเขียนบทครับผมว่า สามารถรักษาความเป็นแก่นของบุพเพฯ สำหรับแฟนคลับเอาไว้ได้ดีเลยแหละ คนเป็นแฟนๆน่าจะถูกใจบุพเพฯ ภาคขยายนี้ได้ไม่ยาก!

ในช่วงเวลาที่ก็ยังสามารถหยอดมุกฮา โรแมนติก และก็เนื้อหาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในประวัติศาสตร์ในต้นแบบของ GDH เอาไว้ได้อย่างมันมือ เต็มแรง และก็ลงตัวมากมายเสียจนถึงคนที่ไม่เคยดูละครมาก่อน ก็สามารถดูไปด้วยได้แบบเพลินๆรวมทั้งมองเข้าใจ พาร์ตฮาก็ได้ฮา พาร์ตโรแมนติกก็ได้ฟิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่โป๊ป-เบลล่านี่ไม่ผิดหวังครับผม เข้าคู่กันทีไรก็ได้ฟิน น่ารักน่าหยิกทุกฉากไป โป๊ปก็เล่นอีกทั้งหล่อทั้งขบขันได้พอดิบพอดีๆส่วนเบลล่าก็มีเสน่ห์มาก งามขึ้นกล้องถ่ายภาพสุดๆอีกคนที่ส่งผลต่อเรื่องก็คือ ‘เมธัส’ (พาริส อินทรโกมาลย์สุต) ซึ่งจริงๆอีตานี่แหละเป็นตัวดำเนินเรื่องที่แท้จริง

แม้กระนั้นมันก็มีข้อสังเกตอีกนั่นแหละว่า เพียงพอเกิดอาการมันมือแล้ว มันก็มีจุดที่เกิดอาการมันมือเกินความจำเป็นอยู่แบบเดียวกัน อาการแรกก็คือ! บางจังหวะของบางมุกที่แอบปฏิบัติงานไม่เต็มดูด บางจังหวะมุกที่น่าจะคมๆหรือตั้งใจวางไว้ให้ฮา กลับไม่คมแฮะ แต่ว่ามุกเล็กมุกน้อย! มุกคำกล่าว หรือมุกจาก ‘พี่ปี่’ นี่คือฮาแตกมากมายๆพี่ปุ๊กกี้ (ปวีณ์นุช แพ่งนคร) นี่คือฮาธรรมชาติจริงๆอีกอย่างที่เกิดขึ้นเป็น การเล่าเรื่องในบางจังหวะก็กำเนิดอาการเตะถ่วงจนถึงทำให้เรื่องหละหลวมรวมทั้งยืดยาวเกินความจำเป็น โดยเฉพาะไคลแมกซ์ที่แอบวางให้พลิกล็อกไปมาๆจนยาวยืดหย่อนไปบ้าง ซึ่งก็บางครั้งอาจจะเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้หนังมีความยาวเยอะเกินไปด้วย ถ้าหนังเลือกหั่นฉาก ตัดซีนย้วยๆออกบ้าง อาจจะก่อให้ Pace สนุกกว่านี้ก็ได้! ดูหนัง

โดยรวมแล้ว ‘บุพเพสันนิวาส ๒’ เป็นภาคขยายพหุจักรวาลของละครบุพเพสันนิวาสในแบบอย่างของ GDH ที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นรอมคอมพีเรียดอิงประวัติศาสตร์สไตล์ ‘ออเจ้า’ ได้อย่างสนุกสนาน เป็นหนังแฟนเซอร์วิสที่แฟนละครหลงใหล แต่ก็ยังมีพื้นที่กว้างให้ผู้ที่ไม่เคยมองละครได้ตามทันแบบสนุกสนานๆแม้ว่าจะมีความขาดๆเกินๆมุกดำเนินงานบ้างไม่ทำงานบ้าง และก็ตัวหนังเกือบจะ 3 ชั่วโมงที่คนไม่ใช่น้อยบางทีอาจมีความคิดว่ามันยาวเกินความจำเป็น แต่ก็นับว่าเป็นความบันเทิงที่เหมาะสมเอาไว้มองแบบเพลินๆได้ฮา ได้ฟินแบบไม่ต้องคิดอะไรมากมาย อ่ะ อย่างน้อยดูแล้วก็น่าจะไม่เบะปากคว่ำแบบพี่กิ๊ก สุวัจนี

เกร็ดประวัติ ‘เถ้าแก่หันแตร’ เจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในประเทศไทย จากภาพยนตร์ ‘บุพเพสันนิวาส 2’

ความน่าสนใจของภาพยนตร์ ‘บุพเพสันนิวาส ๒’ คงไม่ใช่แค่ความฮา และความโรแมนติกให้ดูกันแบบเพลิดเพลินๆฟินๆกันแต่เพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่ ‘รอมแพง’ และกลุ่มเขียนบทของ GDH ได้ร่วมกันผสมเข้าไปในบทภาพยนตร์ได้อย่างลงตัวซึ่งก็คือ เรื่องราวประวัติศาสตร์ในตอนกรุงรัตนโกสินทร์ช่วงต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาพยนตร์ที่อ้างอิงมาจากเหตุในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 3 เป็นหลัก

ดูหนัง โดยยิ่งไปกว่านั้นตอนนั้นมีฝรั่งเดินทางเข้ามายังประเทศไทยด้วยจุดประสงค์มากมาย หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกเสนอเอามาเป็นแรงผลักดันส่วนหนึ่งในรูปภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ เรื่องราววุ่นๆสำหรับการนำเข้าเรือกลไฟขนาดใหญ่โตมโหฬารที่มีชื่อว่า เอ็กสเปรส (Express) โดยพ่อค้าวานิชชาววิลาศ (ชาวฝรั่ง) นามว่า โรเบิร์ต ฮันเตอร์ (Robert Hunter) หรือ ‘เจ้าของห้างหันแตร’ ผู้ก่อตั้งห้างที่แรกในประเทศไทยนั่นเอง

บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ 7 เรื่องราวของฮันเตอร์ พ่อค้าพ่อค้าชาวสก็อตผู้หลักแหลม สู่ ‘นายหันแตร’ เจ้าของกิจการห้างฝาหรั่งสุดเปิ๊ดสะก๊าด จาก ‘หลวงอาวุธดีเลิศวานิช’ ขุนน้ำเจ้าขุนมูลนายคนรวยผู้เปี่ยมด้วยทรัพย์รวมทั้งบารมี และก็นายหันแตร อดีตพ่อค้าผู้ถูกเนรเทศออกมาจากไทย