กฏหมาย รถบรรทุก 6 ล้อ มีอะไรที่ควรรู้บ้าง

กฏหมาย รถบรรทุก 6 ล้อ

 

กฏหมาย รถบรรทุก 6 ล้อ กฎหมายรถบรรทุก มีมานานเเล้วในไทย แต่ปัจจุบันได้มีการ เพิ่มเติมและเเก้ไข บางส่วนจากเดิม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยทั้งในด้านการจราจรและลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิด ในช่วงปี 2561 เรียกได้ว่าเป็นปีที่ทางการได้เอาจริงภาคปฏิบัติสำหรับการกำชับใช้กฎหมายต่าง ๆ ทางการจราจร ซึ่งสำหรับรถใหญ่อย่างรถบรรทุกต่าง ๆ ก็เช่นกัน เรามาดูกันว่า ปี 2561 กฎหมายรถบรรทุก ที่มีการเกี่ยวข้อง มีอะไรบ้าง

เรื่องการบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด หรือเกินจากที่กฎหมายกำหนด

เป็นการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับการดูแลถนนหนทาง เส้นทางการจราจร ไม่ให้ผุพังหรือทรุดโทรมก่อนกำหนดเวลา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการใช้งบประมาณการปลูกสร้างหรือซ่อมแซมถนนใหม่

ซึ่งล่าสุด มีการลงนามทำข้อตกตกลงร่วมระหว่างหลายภาคฝ่าย เช่น รฟท. หรือ การรถไฟแห่งประเทศไทย กทท. หรือ การท่าเรือแห่งประเทศไทย และองค์กรสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย

ในการจัดการเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกินนี้ โดยจะนำสู่การเพิ่มเติมในข้อกฎหมายรถบรรทุก ส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมน้ำหนักรถบรรทุก ที่ออกไว้เมื่อปี 2535 โดยทางการฯ คาดว่าจะให้ผลเริ่มบังคับใช้ในปลายปี 2561

ทั้งนี้ ยังมีรายละเอียดของบรรทุกน้ำหนักเกินเกณฑ์ เช่น

  • รถบรรทุกขนาด 10 ล้อ ต้องบรรทุกไม่เกิน 25 ตัน หรือ 25,000 กิโลกรัม
  • รถบรรทุกขนาด 4 ล้อ ต้องบรรทุกไม่เกินกว่า 9.5 ตัน หรือ 9,500 กิโลกรัม
  • รถบรรทุก 6 ล้อ ต้องไม่ให้เกินกว่า 15 ตัน

โดยกฎหมายรถบรรทุกยังครอบคลุมไปถึงรถบรรทุกพ่วง หรือที่เราเรียกว่า รถพ่วงด้วย โดยแยกตามจำนวนล้อและเพลา เช่น

รถพ่วงที่มี 6 เพลา ที่มี 22 ล้อ ต้องบรรทุกหนักไม่เกินกว่า 50.5 ตัน หรือ 50,500 กิโลกรัม

สำหรับโทษของการฝ่าฝืนกฎหมายรถบรรทุกข้อนี้นั้น จะคิดในลักษณะอัตราทบทวี คือ จะเริ่มต้นการปรับที่ 1 หมื่นบาท จากนั้นก็จะทบเพิ่มเป็น 3 หมื่น และกำหนดโทษขั้นสูงสุด ที่ 1 แสนบาท

สำหรับผู้ฝ่าฝืนแอบลักลอบขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ โดยจะเรียกปรับที่บริษัทที่รับผิดชอบการขนส่งและผู้ที่เป็นลูกค้าองค์บริษัทขนส่ง หรือ ผู้ใช้บริการขนส่งรถบรรทุกเหล่านั้น

รวมถึงบริษัทที่เป็นปลายทางผู้รับที่รถบรรทุกเหล่านั้นจะไปส่งสินค้าให้ด้วย เรียกว่าเป็นกฎหมายรถบรรทุกที่มีการควบคุมด้วยโทษปรับอย่างครบวงจร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นคือ ผู้จ้าง ผู้บริการขนส่งรถบรรทุก และผู้รับปลายทาง เลยทีเดียว

พิกัดน้ำหนักรถบรรทุก รถขนส่งสินค้า

รถบรรทุกประเภทต่างๆที่เอามาทำ รถขนส่งสินค้า รถรับจ้างกฎหมายอนุญาตให้บรรทุกน้ำหนักได้เท่าไหร่
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ รถขนส่ง รถรับจ้าง เป็นจำนวนมาก

จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้เราจะเห็นรถบรรทุกประเภทต่างๆวิ่งกันจ้าละหวั่นในบ้านเรา ส่วนใหญ่ที่เราเห็นกันบ่อยๆก็จะมี รถกระบะ รถหกล้อ รถสิบล้อ รถพ่วง รถเทรลเลอร์ รถเฮี๊ยบ รถเครน ฯลฯ จะเห็นได้ว่ารถแต่ละประเภทแตกต่างกัน จึงทำให้ต้องมีกฎหมายควบคุมน้ำหนักบังคับใช้

กฎหมายอนุญาตให้รถบรรทุกน้ำหนักได้เท่าไหร่

กฎหมายควบคุมน้ำหนักรถบรรทุกประเภทต่างๆแบ่งออกดังนี้

รถกระบะ กฎหมายอนุญาตให้รถกระบะบรรทุกของได้ไม่เกิน 1,100 กิโลกรัม หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วรถกระบะที่บรรทุกของเยอะๆ สูงๆ นั้นผิดกฎหมายหรือเปล่า คำตอบคือ มีทั้งถูก และผิด

  • ถูกคือ….เมื่อต้องการให้รถบรรทุกน้ำหนักมากกว่า1,100 กิโลกรัม ให้ท่านติดต่อสำนักงานขนส่งใกล้บ้านเพื่อขออนุญาต อย่างเช่นรถที่ เปลี่ยนเพลา เสริมแหนบ และรถที่ดัดแปลงให้บรรทุกได้น้ำหนักเยอะๆ
  • ผิดคือ….รถที่ เปลี่ยนเพลา เสริมแหนบ และรถที่ดัดแปลงให้บรรทุกได้น้ำหนักเยอะๆ แต่ยังไม่ได้ขออนุญาตจากขนส่งให้เรียบร้อย

รถหกล้อ กฎหมายอนุญาตให้ รถหกล้อบรรทุก ของได้ไม่เกิน 15 ตัน (รวมน้ำหนักของรถด้วย) ไม่ว่าจะเป็นรถหกล้อ เล็ก ใหญ่ กลาง น้ำหนักบรรทุกต้องไม่เกิน15 ตัน

รถสิบล้อ กฎหมายอนุญาตให้ รถสิบล้อบรรทุก ของได้ไม่เกิน 25 ตัน (รวมน้ำหนักของรถด้วย)
การกำหนดพิกัดน้ำหนักรถบรรทุก(ใหม่) เริ่ม ๑ ม.ค. ๕๗

กฎหมายรถบรรทุกด้านการควบคุมอุปกรณ์ล็อครถบรรทุกเพื่อความปลอดภัย

ด้านการล็อครถคอนเทนเนอร์ เพื่อความปลอดภัยไม่ให้สิ่งของร่วงหล่น เป็นการกำชับให้ระมัดระวังดูแลสิ่งของและอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ให้มีการปลิว ตกหล่น หรือ ถ้าเป็นของเหลว ก็คือ ห้ามมีการรั่วไหล เป็นทางจากรถบรรทุกที่ขนส่งสินค้าเพราะล้วนทำให้ผู้ขับขี่สัญจรไปมาได้รับความเสี่ยงจากการขับขี่ เป็นปัญหาที่ทำให้ตัวเลขสถิติอุบัติภัยบนท้องถนนเพิ่มขึ้นในทุกปี

ทั้งนี้ ยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกเข้าเขตนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งในไทยมีหลายแห่ง ทั้งแหลมฉบัง นวนคร เป็นต้น โดยทางการได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้กำชับตักเตือนและผู้ให้บริการรถบรรทุกสำหรับขนส่งสินค้า ในการตรวจตราความเรียบร้อยของอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ดีก่อนที่กฎหมายรถบรรทุกจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 กันยายน 2561

กฎหมายรถบรรทุกเรื่องการติดตั้งแผ่นสะท้อนแสง

เนื่องจากมีสถิติตัวเลขจากอุบัติเหตุรถชนจากรถยนต์ส่วนบุคคลกับรถบรรทุกสิ่งของขนาดใหญ่ ของบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ที่มีความยาว และขนาดความกว้างของรถที่ส่งผลลบต่อวิสัยทัศน์ในการขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนนคันอื่น ๆ โดยเฉพาะการขับขี่ในเวลากลางคืน ที่มีอุบัติเหตุร้ายแรงสูงถึงขั้นเสียชีวิตหลายครั้ง

ทั้งนี้กฎหมายรถบรรทุกส่วนของการติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสง จีพีเอสดาวเทียม เป็นหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานกฎหมายรถบรรทุกของไทยให้เข้าสู่ความเป็นสากลทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมยานยนต์ที่สหประชาชาติ เพื่อออกมติให้แต่ละประเทศจัดระเบียบทางด้านนี้

ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ออกกฎหมายรถบรรทุกส่วนเพิ่มเติมจากกฎหมายเดิมที่มีอยู่ โดยเพิ่มในส่วนที่เกี่ยวกับคุณลักษณะของรถบรรทุก และรูปแบบของแผ่นสะท้อนแสงที่ต้องติดตั้ง

ต้องถูกสีสัน ขนาดรูปร่าง ตำแหน่ง เพื่อวัตถุประสงค์หลัก คือต้องสามารถให้ผู้ขับขี่คันอื่น ๆ เห็นได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะในเวลาวิกาล โดยมีผลบังคับใช้ทันที สำหรับรถบรรทุกที่จดทะเบียนรถใหม่ ตั้งแต่ เมื่อ 1 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา

โดยคุณสมบัติของแผ่นสะท้อนแสงที่ใช้ ต้องผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถมองเห็นได้ในระยะไม่ต่ำกว่า 150 เมตร และติดตั้ง 2 ด้าน คือ ด้านข้างรถ กับ ด้านท้ายรถ ซึ่งด้านข้าง รถ ต้องใช้แถบสะท้อนแสงที่เป็นสีเหลืองกับสีขาวเท่านั้น ส่วนด้านท้ายรถ กฎหมายรถบรรทุก

ได้ระบุว่าให้ใช้สีแดง หรือ สีเหลือง และตำแหน่งที่ติด ต้องมีความสมดุลสมมาตรกันซ้ายขวาของด้านท้ายรถ โดยรถที่ต้องติดด้านหลัง คือรถที่มีความกว้าง มากว่า 2.1 เมตร ขึ้นไป ส่วนการติดแถบสะท้อนแสงด้านข้างรถ ต้องติดให้แถบมีค่าความยาวไม่น้อยกว่าสัดส่วน 1 ใน 3 ของความยาวรถ แต่ไม่ให้เกิน 2 ใน 3 ของความยาวรถ

ทั้งนี้ หากเป็นรถเก่าที่ยังไม่ได้ติดตั้งให้ถูกต้อง ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 มกราคม 2562 หรือ หากติดตั้งแล้ว แต่สีสันของแถบป้ายฯ ยังไม่ถูกต้อง ต้องแก้ไขภายใน 1 มกราคม 2563 มิฉะนั้นจะถูกโทษปรับโดยอ้างอิงจากกฎหมายรถบรรทุกในส่วนของ พรบ. การขนส่งทางบก ปี 2522 คือ โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5 หมื่นบาท

รถบรรทุก กับ GPS

กรมการขนส่งทางบก ได้มีการกำหนดให้ รถโดยสารสาธารณะ รถลากจูง และรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปต้องทำการติดตั้งระบบ GPS เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถของกรมขึ้นมา พูดง่ายๆ ก็คือ กรมการขนส่งมีกฎหมายระบุให้ต้องมี GPS ติดรถบรรทุก และรถสาธารณะนั่นเอง เชื่อว่าวิธีการนี้จะช่วยในเรื่องติดตามพฤติกรรมการขับรถได้อีกทั้งยังส่งผลให้ปัญหาเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงได้ด้วยเช่นกัน

มีสถิติอุบัติเหตุจากรถโดยสารและรถบรรทุกระบุว่า ปัญหาของอุบัติเหตุเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมเรื่องการขับขี่ของพนักงานรวมถึงเรื่องของระบบบริหารจัดการองค์กร อาทิ มีการใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด, ให้พนักงานขับรถเกินเวลามาตรฐานความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความเมื่อยล้า อ่อนเพลีย จนนำมาซึ่งความเสียหายต่างๆ

ดังนั้น การใช้ GPS ติดรถบรรทุก จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการที่มีรถบรรทุก ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะนอกจากจะเพิ่มความปลอดภัยในทรัพย์สินเเละสามารถติดตามการดำเนินงานต่างๆของรถเเต่ละคันได้เเล้วนั้น ยังทำให้เจ้าของธุรกิจ สามารถควบคุมและติดตามพฤติกรรมการขับขี่ของคนขับได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่ากฎหมายรถบรรทุกในปี 2561 มีความเข้มงวดในหลายด้าน เพื่อลดปัญหาอุบัติภัยจากการใช้ท้องถนน และลดปัญหางบประมาณของชาติที่ต้องสูญเสียไปในการซ่อมบำรุงถนนสาธารณะ จึงเป็นประโยชน์เพื่อส่วนรวมที่ทุกคน ทุกภาคฝ่ายควร ควรร่วมมือร่วมใจกันทำตามอย่างเคร่งครัด

สนใจ เเอดไลน์ LINE : @GeniusGPS

กลับหน้าหลัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *