รับจํานองโฉนดที่ดิน

รับจํานองโฉนดที่ดิน

รับจํานองโฉนดที่ดิน จำนำ ( mortgage)คือ การที่บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่า “ผู้จำนอง” เอาอสังหาริมทรัพย์ของตน เป็นต้นว่า ที่ดิน หรือทรัพย์ที่ข้อบังคับอนุญาตให้จำนองได้ไปจดทะเบียนไว้กับบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า “ผู้รับจำนอง”เพื่อเป็นหลักประกันในการใช้หนี้ใช้สินทั้งนี้โดยผู้จำนองไม่ต้องส่งที่ดินหรือสินทรัพย์ดังกล่าวนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง (เปรียญพ.พ.มาตรา ๗๐๒)

รับจํานองโฉนดที่ดิน

“การจัดทำแนวทางในคราวนี้ทำให้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นสถาบันการเงินที่แรกของเมืองไทยที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวกึ่งกลางสำหรับในการค้าขายบ้านมือสองให้กับพลเมืองอย่างเต็มรูปแบบ ในฐานะที่มีความชำนิชำนาญ สำหรับการขายบ้านมือสอง เห็นได้จากโภคทรัพย์ NPA หรือบ้านมือสองที่ธนาคารถือสิทธิ์ สามารถขายได้สูงยิ่งกว่า 3,500 ล้านบาทในปีที่ผ่านมโดยในวันแล้ววันเล่าเว็บไซต์บ้านมือสองของแบงค์

มีจำนวนผู้เข้าชมมากกว่า 10,000 ราย รวมทั้งยังมีจำนวนผู้ดาวน์โหลด Application มากยิ่งกว่า 45,000 ครั้ง ก็เลยมั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยผู้ที่อยากขายบ้านครอบคลุมทั้งที่ยังติดจำนองกับสถาบันการเงินรวมทั้งมีประวัติการผ่อนชำระปกติ หรือเปล่าติดจำนอง สามารถขายบ้านได้ตามความจำเป็น” นายฉัตรชัย กล่าวนอกจากการซื้อบ้านแล้ว วิธีขายบ้านก็มีรายละเอียดยิบย่อยที่ยุ่งยาก วุ่นวาย

และก็สลับซับซ้อนไม่แพ้กัน ดังนั้นเมื่อถึงเวลาจำเป็นต้องขายบ้านทีไร คนส่วนใหญ่ก็เลยหันไปพึ่งบริการจากคนกลางทุกคราว ฮั่นแน่ แม้ว่าความสะดวกสบาย เร็วทันใจ ง่ายอย่างยิ่ง ก็ควรต้องเปลี่ยนมากับค่าจ้างและก็เปอร์เซ็นต์ที่แพงหูฉี่ ด้วยเหตุฉะนี้ถ้าผู้ใดกันแน่มีงบประมาณจำกัดหรือปรารถนาเซฟเงินส่วนต่างละก็ แนวทางการขายบ้านเองแบบไม่พึ่งคนกลางก็เลยเป็นทางออกที่สุดยอด

แต่ว่าเอ๊ะ สงสัยกันใช่ไหมล่ะขาว่าวิธีการขายบ้านเองจำเป็นต้องทำเช่นไร ? มีขั้นตอนอะไรบ้าง ? มาทางนี้เลยคะ วันนี้ คุณ สมาชิกเลข 875908สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม นำประสบการณ์การขายบ้านของคุณ พร้อมข้อมูลรวมถึงเทคนิคต่างๆมาแบ่งปันกันอย่างละเอียด บอกเลยแม้การขายบ้านจะไม่ใช่ง่าย หากแม้ก็มิได้ยากเกินเอื้อมหรอกนะแชร์ประสบการณ์ขายบ้าน ไม่พึ่งคนกลาง

ขายเองอันธพาลพอเพียง ^^ โดย คุณ สมาชิกเลข 875908 แชร์ประสบการณ์ขายบ้านแบบไม่พึ่งคนกลาง ด้วยเหตุว่ามีหนุ่มพันทิปช่วยขาย ฮิ้ววว เหตุเนื่องมาจากการเลิกรากับคนรักเก่าที่ซื้อบ้านอยู่ร่วมกัน จึงจะต้องขายบ้าน ในขณะที่พึ่งซื้ออยู่ได้ 2 ปี วันนี้เลยจะมารีทิวทัศน์ประสบการณ์วิธีขายบ้านแบบไม่พึ่งนายหน้าแนวทางการขาย รวมไปถึง กรรมวิธีโอนบ้าน

รวมทั้งค่ายังชีพต่างๆถ้าหากจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่พบเจอปัญหาเหมือนเรานะคะ ไม่รู้เรื่องว่าจะมีสาระเท่าไร แต่ว่าก็ขอแชร์นะคะเริ่มจากบ้านด้านหลังนี้ซื้อมาเมื่อธ.ค. ปี 2559 ใช้ชื่อเราเป็นผู้กู้คนเดียว ซื้อเพราะว่าตั้งอกตั้งใจจะสร้างครอบครัวด้วยกันกับคนรักเก่า

แม้กระนั้นคราวหลังอยู่มาได้ราว 1 ปี ชีวิตแต่งงานก็เริ่มมีปัญหาบุคคลที่สาม เสียใจอะแน่นอน แต่ชีวิตควรมีสติรวมถึงเดินต่อไป เวลาที่ปัญหายังค้างกันอยู่ อย่างแรกที่พวกเราทำเกี่ยวกับบ้านหมายคือการย้ายชื่อเต็มเองเข้าทะเบียนสำมะโนครัวข้างหลังนี้อย่างฉับพลัน

เนื่องจากว่าตั้งแต่มาอยู่ได้ 1 ปี พวกเราไม่มีชื่อในทะเบียนสำมะโนครัวตั้งแต่ตอนแรก แต่มีชื่อแฟนเป็นเจ้าของบ้านเพราะฉะนั้นถ้าหากว่าให้เสนอแนะสำหรับคนที่ซื้อบ้านและจากนั้นก็เป็นผู้กู้ควรมีชื่อในใบสำมะโนครัวด้วย เพราะว่าเวลาจะต้องขายบ้าน ในกรณีที่มีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี

จะปลอดภาษีธุรกิจเฉพาะ บอกเลยว่าถ้าต้องเสีย ภาษีตัวนี้เยอะมากๆส่วนการทำเรื่องย้ายทะเบียนสำมะโนครัวก็ไปติดต่ออำเภอ แต่กรณีเรา เพราะแฟนเก่าเป็นเจ้าของบ้าน โดยเหตุนั้นจำต้องให้เขาเซ็นมอบสิทธิ์สำหรับในการขอย้ายเข้ารวมทั้งเปลี่ยนแปลงเจ้าของบ้าน

แม้พวกเราจะมีโฉนดที่ดินที่เป็นชื่อพวกเราอยู่ในมือก็ตาม ก็จำเป็นต้องให้เขามอบอำนาจอีกอย่างที่ทำเป็นแปลงชื่อคนรับผลตอบแทนในการันตีบ้านที่ทำไว้ จากเดิมเป็นชื่อแฟน ก็ตัดมันทิ้งไปซะ ชีวิตไม่แน่นอน เผื่อเกิดอุบัติเหตุ พวกเราเสียชีวิตระหว่างยังขายบ้านมิได้ บ้านจะได้ไม่เป็นของมันกับภรรยาน้อย

คุณลักษณะเด่น รวมถึงข้อผิดพลาด ของแนวทางการขายฝากและก็จำนองขายฝาก vs จำนำขายฝากเป็นเยี่ยงไร?

ต่างกับจำนำยังไง? สรุปข้อดีของ การขายฝากจะมีความคิด มีความเห็นว่ากรณีของทาง วิธีขายฝาก-รับซื้อฝากนั้น โดยรวมจัดว่ามีคุณลักษณะเด่นมากกว่าการจำนอง ทั้งในด้านของ คนขายฝากรวมทั้ง คนรับซื้อฝากแม้มอง ในแง่ของผู้รับซื้อฝาก จะลงความเห็นว่า ได้รับเงินมาโดยตรง

ไม่ต้องฟ้องคดีเมื่อผิดนัดจ่าย รวมทั้งจ่ายหนี้ส่วนใน ทางของผู้ขายฝาก ก็ยังสบโอกาสที่กำลังจะได้รับวงจาก เงินขายฝากที่สูงกว่า หรือจากที่ตกลง กันระหว่างผู้ขายฝาก และผู้รับซื้อฝาก แล้วก็ยังสามารถไถ่ถอนคืน ได้ถ้าหากปรารถนาหากแม้ การขายฝาก ก็มีความเสี่ยงในหลายๆด้านทั้งยังเรื่องที่เกี่ยว กับการประเมินราคาต่างๆและเรื่อง สภาพคล่องของเงิน ที่ต้องระวังเมื่อ

ผู้บริโภคมุ่งหมายนำไปขายต่อซึ่งที่ตรงนี้ควรต้องพินิจ ความเสี่ยงเป็นราย กรณีไปขายฝาก vs จำนำ : ขายฝากคืออะไร ต่างกับจำนองเช่นไร สรุปในช่วงเวลานี้ แนวทางการขายฝากจัดว่า เป็นอีกจังหวะหนึ่งสำหรับใน การมองหาแหล่งเงินทุน สำหรับคนที่ประสงค์ และเป็นอีกแนวทางหนึ่งใน

การลงทุนสำหรับผู้ที่มองหา อสังหาริมทรัพย์ดีๆด้วยเหมือนกัน ซึ่งในช่วงเวลานี้วิถีทาง การ ขายฝาก – รับซื้อฝาก ก็มีตัวกลาง ดังเช่น เว็บไซต์จับคู่ขายฝากอสังหาฯ เข้ามาช่วยจับคู่อสังหาริมทรัพย์รวมถึง ผู้รับซื้อฝาก พร้อมบริการแนะนำบริษัทประเมิน

อสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความเห็น ชอบจากมายากลตำบล แล้วก็มีผู้ที่มีความชำนาญคอยให้คำแนะนำ เกี่ยวกับเรื่อง การขายฝากตั้งแต่ต้นจน กระทั่งจบกรรมวิธีการ สะดวกรวดเร็ว เพราะว่าสามารถเข้า ใช้บริการเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่การขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายซึ่งเจ้าของใน ทรัพย์สินตกไปยังผู้บริโภค โดยมีกติกากันว่า คนขายบางทีอาจไถ่ โภคทรัพย์นั้นคืน

ได้ภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำสัญญา หรือมิฉะนั้นใน กำหนดเวลาตาม กฎหมายหมายความว่าถ้าหากว่า เป็นอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บ้าน ที่ดิน จำเป็นที่จะต้องไถ่ด้านใน 10 ปี นับตั้งแต่ตอนที่มีการจัดจำหน่าย หากแม้ถ้าหาก กำเนิดเป็นสังหาริมทรัพย์

ต้องไถ่ข้างใน 3 ปีนับแต่ว่าค้าขาย หากเกินกำหนดขณะนี้ แล้วข้อบังคับจัดว่า เจ้าของในเงินทองที่ขายฝากกัน เป็นของผู้รับซื้อฝากในทันที กรณีที่ทำข้อตกลงกำหนด เวลาไถ่นานเกินกว่า 10 ปี 3 ปี ก็จำเป็นต้องน้อยลงมาเป็น 10 ปี 3 ปี หรือหากลงลายลักษณ์อักษรกำหนดเวลาไถ่น้อยกว่า 10 ปี 3 ปี ก็จะเพิ่มเวลามิได้หลักสำคัญ ของการขายฝากอยู่ที่จะควรจะมีการส่ง การครอบครอง

โดยตรงหรือปริยาย ให้แก่ผู้รับซื้อฝากกับเจ้าของ แต่ว่าเมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว ผู้ขายฝากมีสิทธิที่จะไถ่คืนได้ โดยเหตุนี้ในเวลาที่ยัง ขายฝากกันอยู่และผู้ครอบครองตกแก่คนรับซื้อฝาก ผู้รับซื้อฝากบางครั้งก็อาจจะนำสินทรัพย์ ไปทำอย่างใดก็ได้ ใครๆก็ไม่มีสิทธิห้ามข้อแตกต่างระหว่าง “การขายฝาก” กับ “การจำนอง”หมายคือการจำนำนั้นผู้จำนอง นำสินทรัพย์ของตน ตัวอย่างเช่น บ้าน-ที่ดิน ไปรับประกันหนี้สินเงินกู้ หากแม้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็จะฟ้องร้อง และก็บังคับ คดียึดทรัพย์สิน ที่นำมาการันตีไว้

แต่ว่าแนวทางการขายฝากเป็นการนำทรัพย์สินไปขายให้แก่บุคคลอื่นภายใต้กติกาที่ว่าเมื่อถึงเวลาแล้วผู้ ขายฝากมีสิทธิไถ่คืนได้ ถ้าเกิดเกินกำหนดก็ เสียกรรมสิทธิ์ ในทันทีโดยมากแล้ว คนรับซื้อฝากกับคนขายฝากจะมี การทำความตกลงในลักษณะปีต่อปี เพื่อเลี่ยงข้อบังคับ กล่าวถึงแนวทางการขายฝากที่มีตั้งเวลาไถ่ถอนไว้ ห้ามขยายเวลาห้ามเลื่อนเวลาทั้งมวล แม้ว่าสิ่งหนึ่งที่มักจะนึกไม่ถึงเป็นการที่ลงลายลักษณ์อักษรปีต่อปีนั้น

ทุกทีต้องเสียภาษีอากรที่เกี่ยว โยงหลายประเภททุกทีไป ตัวอย่างเช่น กรณีขาย ฝากบ้าน ที่ดิน จำเป็นที่จะต้องเสียภาษีอากรธุรกิจเฉพาะปริมาณร้อยละ 3.3 ของราคาขายฝากทั้งหมดค่าธรรมเนียมการโอนแล้ว ก็ค่าอากร ร้อยละ 2.5 และก็ ก็ยังค่าภาษีรายได้บุคคลธรรมดา นี่ยังไม่นับค่าภาษี อากรโรงเรือน และก็ที่ดิน ภาษีบำรุง ท้องที่ ที่ผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์จำต้องเสียทุกปี ผู้รับซื้อฝากที่ได้ครอบครองที่ดินควรจะเป็นผู้จ่าย

ถึงแม้ว่าแน่นอนว่าต้องผลัก หน้าที่รับผิดชอบไปให้คนขายฝากซึ่งเป็นเจ้าของเดิมจ่ายแทนเสมอ ภาษีที่เอ่ยถึงกลุ่มนี้ คนขายฝากควรเป็นผู้แบกภาระทุกๆครั้งซึ่งเมื่อเอามาคิดคำนวณ แล้วยอดเงินที่คนขายฝากต้องจ่ายไปทั้งนั้น กลับสูงยิ่งกว่าที่ได้รับมาตอนขายฝาก เสียอีกก็เลยเห็นได้ว่าคำสัญญาขายฝากเป็นกติกาที่เอารัดเอาเปรียบคนขายฝากเป็นอย่างยิ่ง และยิ่งถ้าลืมไม่ไปไถ่คืนใน กำหนดเวลาก็จำเป็นจะต้องเสียกรรมสิทธิ์โดยทันที

นั้นจะถือว่าเป็นการทำนิติกรรม อีกรูปแบบหนึ่งเพื่อเป็นการยืนยัน การจ่ายชำระหนี้แก่ผู้รับจำนอง โดยเงินจะยังไม่กลาย เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับจำนองอย่างกระทันหัน แม้ผิดนัดใช้หนี้ ต้องมีการฟ้องร้องบังคับคดี ให้ทางศาลยึดทรัพย์ก่อนจากตัวอย่างเดิม หากว่านาย ก เลือกเอาเงินทอง ไปจำนำกับนาย ข (ผู้รับจำนำ) แทนที่จะขายฝาก และก็ถ้าหากนาย ก ไม่จ่ายเงินกู้คืนนาย ข แล้วล่ะก็ นาย ข จำเป็นต้องไปฟ้องให้ศาล วิเคราะห์ให้ที่ดินตามที่ได้ พูดไปแล้วเป็นของ นาย ข ด้วยเหตุว่านาย ก ไม่ยินยอมชำระหนี้นั่นเอง

กลับสู่หน้าหลัก